<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Education</title>
	<atom:link href="http://education.newssorch.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://education.newssorch.com</link>
	<description>รวมรวบเรื่องราวทางการศึกษา ความรู้ ข้อมูลการสอบ ข่าวคราววงการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 21 Aug 2010 00:55:10 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เอกสารติวของ Brand Summer camp</title>
		<link>http://education.newssorch.com/2010/08/21/brand-summer-camp-doc/</link>
		<comments>http://education.newssorch.com/2010/08/21/brand-summer-camp-doc/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 21 Aug 2010 00:55:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>
		<category><![CDATA[brand]]></category>
		<category><![CDATA[brand summer camp]]></category>
		<category><![CDATA[คู่มือติวสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[เอกสารติวสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[แนวข้อสอบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://education.newssorch.com/?p=99</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้หลายคนคงเริ่มวางแผนไปติวหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้ว คงหาโจทย์ฝึกทำกันวุ่นเลยทีเดียว ผมไปเสาะหาในเน็ตแล้วก็เจอเอกสารติวของ Brand Summer Camp ที่ติวกันไปแล้วเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ แต่คิดว่าเนื้อหาที่อยู่ข้างในน่าจะมีประโยชน์สำหรับหลายๆคนนะครับ ไม่เยอะเท่าไร แค่พันกว่าหน้า! ไฟล์ใหญ่ตั้งห้าสิบกว่าเมกคงได้เนื้อหากันจุใจเลยนะครับ
จิ้มเลย!!
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้หลายคนคงเริ่มวางแผนไปติวหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้ว คงหาโจทย์ฝึกทำกันวุ่นเลยทีเดียว ผมไปเสาะหาในเน็ตแล้วก็เจอเอกสารติวของ Brand Summer Camp ที่ติวกันไปแล้วเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ แต่คิดว่าเนื้อหาที่อยู่ข้างในน่าจะมีประโยชน์สำหรับหลายๆคนนะครับ ไม่เยอะเท่าไร แค่พันกว่าหน้า! ไฟล์ใหญ่ตั้งห้าสิบกว่าเมกคงได้เนื้อหากันจุใจเลยนะครับ</p>
<p><a href="http://dl.dropbox.com/u/2639843/Brand.rar">จิ้มเลย!!</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://education.newssorch.com/2010/08/21/brand-summer-camp-doc/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พลูคาว ช่วยต้านมะเร็งและเสริมภูมิต้านทานได้</title>
		<link>http://education.newssorch.com/2010/08/06/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://education.newssorch.com/2010/08/06/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 06 Aug 2010 13:34:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชีววิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ผักก้านตอง]]></category>
		<category><![CDATA[ผักคาวตอง]]></category>
		<category><![CDATA[ผักคาวปลา]]></category>
		<category><![CDATA[พลูคาว]]></category>
		<category><![CDATA[สรรพคุณ พลูคาว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://education.newssorch.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[
พลูคาวมีชื่อเรียก หลายชื่อ ได้แก่ ผักคาวตอง ผักคาวปลา ผักก้านตอง ผักเข้าดอง ผักคาวทอง  ชื่อภาษาจีนก็มี คือ หื่อชอเช่า ในภาษาแต้จิ๋ว และ ยวีเซียนฉ่าว  ซึ่งเป็นชื่อจีนกลาง
พลูคาวชอบขึ้นในที่ร่มรำไร  มันชอบน้ำชื้นแฉะ ต้นสูงประมาณ 1 ฟุต  ใบเป็นรูปหัวใจสีเขียวหรือรูปร่างคล้ายใบพลูขนาดเล็ก ด้านหลังของใบมีสีม่วง  พลูคาวมีดอกน่ารัก มีกลีบสีขาวสี่กลีบ เกสรเป็นตุ่มนูนสีขาวอมเหลือง  ลักษณะพิเศษของพลูคาวคือคาวสมชื่อ  เมื่อเอาใบมาขยี้แล้วดมดูจะได้กลิ่นคาวปลา  ก็สมชื่อผักคาวปลาอีกเช่นเดียวกัน
คนทางเหนือนิยมกิน พลูคาวเป็นผักแกล้มลาบอย่างหนึ่ง
 ลาบของคนทางเหนือเป็นลาบเนื้อดิบจะเป็นเนื้อหมู วัว ควาย ก็ได้  ใส่เลือดสดๆ ไม่เหมือนลาบอีสาน การทำลาบของชาวเหนือ เช่นลาบหมู  เขาจะเอาเนื้อหมูมาสับละเอียดจนเนื้อเหนียวติดมีด คลุกกับเครื่องเทศสมุนไพร  สัก 32 ชนิด จากนั้นใส่เลือดสดลงไปแล้วปรุงรส  คนทางเหนือเชื่อว่าพลูคาวสามารถฆ่าพยาธิหรือเชื้อโรคได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" style="border: 0pt none;" src="http://www.vcharkarn.com/uploads/211/211543.jpg" border="0" alt="" width="247" height="306" align="undefined" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #008000;">พลูคาวมีชื่อเรียก หลายชื่อ ได้แก่ ผักคาวตอง ผักคาวปลา ผักก้านตอง ผักเข้าดอง ผักคาวทอง  ชื่อภาษาจีนก็มี คือ หื่อชอเช่า ในภาษาแต้จิ๋ว และ ยวีเซียนฉ่าว  ซึ่งเป็นชื่อจีนกลาง</span></p>
<p style="text-align: left;">พลูคาวชอบขึ้นในที่ร่มรำไร  มันชอบน้ำชื้นแฉะ ต้นสูงประมาณ 1 ฟุต  ใบเป็นรูปหัวใจสีเขียวหรือรูปร่างคล้ายใบพลูขนาดเล็ก ด้านหลังของใบมีสีม่วง  พลูคาวมีดอกน่ารัก มีกลีบสีขาวสี่กลีบ เกสรเป็นตุ่มนูนสีขาวอมเหลือง  ลักษณะพิเศษของพลูคาวคือคาวสมชื่อ  เมื่อเอาใบมาขยี้แล้วดมดูจะได้กลิ่นคาวปลา  ก็สมชื่อผักคาวปลาอีกเช่นเดียวกัน</p>
<p><strong>คนทางเหนือนิยมกิน พลูคาวเป็นผักแกล้มลาบอย่างหนึ่ง<br />
</strong> ลาบของคนทางเหนือเป็นลาบเนื้อดิบจะเป็นเนื้อหมู วัว ควาย ก็ได้  ใส่เลือดสดๆ ไม่เหมือนลาบอีสาน การทำลาบของชาวเหนือ เช่นลาบหมู  เขาจะเอาเนื้อหมูมาสับละเอียดจนเนื้อเหนียวติดมีด คลุกกับเครื่องเทศสมุนไพร  สัก 32 ชนิด จากนั้นใส่เลือดสดลงไปแล้วปรุงรส  คนทางเหนือเชื่อว่าพลูคาวสามารถฆ่าพยาธิหรือเชื้อโรคได้  จึงนิยมเอามาแกล้มกับลาบที่กินดิบๆ ซึ่งอาจจะมีจุลินทรีย์อยู่  เป็นการป้องกันอาการทางท้องร่วงได้<br />
<span id="more-96"></span></p>
<p style="text-align: left;">หมอโบราณใช้รักษาฝี หนอง แก้บิด แก้อาการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ รักษาไซนัสอักเสบ แก้เสมหะ ใช้ขับนิ่ว แก้ระดูขาว กระทั่งรักษาริดสีดวงทวารที่มีก้อนเนื้อ โผล่ออกมาอย่างได้ผล  ซึ่งจะเห็นว่าเขาใช้พลูคาวรักษาอาการอักเสบหรือติดเชื้อทั้งสิ้น  ส่วนใหญ่จะใช้ใบสดประมาณ 1 กำมือมาต้มน้ำกินทุกวันจนกว่าจะหาย</p>
<p><span style="color: #ff6600;"> ทุกวันนี้มีงานวิจัยสารต้านอนุมูลอิสระจากพลูคาวเพิ่มมากขึ้น และพบว่า  มีสารอัลคาลอยด์ที่สามารถทำลายเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอด มะเร็งรังไข่  มะเร็งสมอง มะเร็งลำไส้ใหญ่ รวมทั้งมะเร็งเม็ดเลือด<br />
</span><br />
<span style="color: #808000;"> นอกจากนี้พลูคาวยังสามารถใช้เพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย  สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสหวัด แบคทีเรีย เชื้อรา กระทั่งเชื้อไวรัส HIV  ซึ่งเป็นข้อมูลสนับสนุนความเชื่อของคนโบราณที่ว่าพลูคาวสามารถฆ่าเชื้อโรค  ได้ดังที่กล่าวมาข้างต้น</span></p>
<p>อย่างไรก็ตาม  ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลจากห้องทดลอง ยังไม่มีงานวิจัยในคน  จึงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า  พลูคาวสามารถใช้ต้านมะเร็งและป้องกันการติดเชื้อ  แต่การกินพลูคาวก็น่าจะได้ประโยชน์และถ้ากินสดได้ก็คงดีไม่น้อย</p>
<p style="text-align: left;">สมุนไพรใกล้ตัวเราหลายๆอย่างก็มีสรรพคุณทางยาที่ไม่แพ้ยาเม็ดที่กินกันเลย ที่สำคัญคือมันไม่สะสมในร่างกายครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://education.newssorch.com/2010/08/06/%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>E-bookวิชา คณิตศาสตร์</title>
		<link>http://education.newssorch.com/2010/07/30/e-book-math/</link>
		<comments>http://education.newssorch.com/2010/07/30/e-book-math/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 30 Jul 2010 15:40:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คณิตศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[แนวข้อสอบ]]></category>
		<category><![CDATA[แนวข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[แบบฝึกหัดคณิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://education.newssorch.com/?p=89</guid>
		<description><![CDATA[ท่องเน็ตไปๆมาๆก็ไปเจอเข้าให้ โจทย์เยอะเหมือนกันครับ เนื้อหาตามหลักสูตรใหม่ของกระทรวง มีแบบฝึกหัด ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย พร้อมเฉลยเสร็จสรรพ
Download Here
http://www.mediafire.com/?v3e2uw8ch4teegj
เนื้อหาตามหลักสูตรใหม่ครบทุกบทเรียน ม.4-5-6
* โจทย์แบบฝึกหัดเตรียมความพร้อมกว่า 2,000 ข้อ
* ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยครบทั้ง 14 ฉบับ (2541-2548)
* พร้อมเฉลยคำตอบ วิธีคิด และเรื่องที่น่ารู้อีกมากมาย..
เหมาะสำหรับเตรียมสอบประจำภาค ม.4-5-6
สอบโควตารับตรง และสอบเข้ามหาวิทยาลัย
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ท่องเน็ตไปๆมาๆก็ไปเจอเข้าให้ โจทย์เยอะเหมือนกันครับ เนื้อหาตามหลักสูตรใหม่ของกระทรวง มีแบบฝึกหัด ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย พร้อมเฉลยเสร็จสรรพ</p>
<p><a href="http://www.mediafire.com/?v3e2uw8ch4teegj" target="_blank">Download Here</a></p>
<p><a href="http://anonym.to/?http%3A%2F%2Fwww.mediafire.com%2F%3Fv3e2uw8ch4teegj" target="_blank">http://www.mediafire.com/?v3e2uw8ch4teegj</a></p>
<blockquote><p>เนื้อหาตามหลักสูตรใหม่ครบทุกบทเรียน ม.4-5-6<br />
* โจทย์แบบฝึกหัดเตรียมความพร้อมกว่า 2,000 ข้อ<br />
* ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยครบทั้ง 14 ฉบับ (2541-2548)<br />
* พร้อมเฉลยคำตอบ วิธีคิด และเรื่องที่น่ารู้อีกมากมาย..<br />
เหมาะสำหรับเตรียมสอบประจำภาค ม.4-5-6<br />
สอบโควตารับตรง และสอบเข้ามหาวิทยาลัย</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://education.newssorch.com/2010/07/30/e-book-math/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โจทย์ปัญหาของอัลเบิร์ท ไอสไตน์</title>
		<link>http://education.newssorch.com/2010/07/25/einstein-test/</link>
		<comments>http://education.newssorch.com/2010/07/25/einstein-test/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Jul 2010 14:42:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คณิตศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[โจทย์ปัญหา]]></category>
		<category><![CDATA[โจทย์ยาก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://education.newssorch.com/?p=87</guid>
		<description><![CDATA[โจทย์ปัญหา 5 ข้อ ที่ Albert Einstein นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลกคิดขึ้นมา ว่ากันว่ามนุษย์ 98% ไม่สามารถแก้โจทย์ได้ อย่างงี่มันก็เป็นการท้าทายพวกเราซึ่งเป็นเด็กยุคใหญ่น่ะสิ ลองไปดูกันเลยว่ายากสมคำร่ำลือกันหรือเปล่า ทดสอบว่าเราจะได้เป็น 2% ที่คิดโจทย์ทั้งหมดออกหรือเปล่า
โจทย์ข้อที่ 1 ของอัลเบิรท ไอสไตน์
เรื่องมี อยู่ว่ามีบ้านอยู่ 5 หลัง ในแต่ละหลังมีสีต่างกัน แต่ละบ้านมีคนอยู่ 1 คน  ต่างกัน 5 ชนชาติ ทุกคนจะดื่มน้ำที่แตกต่างกัน สูบบุหรี่ยี่ห้อแตกต่างกัน  และเลี้ยงสัตว์ต่างชนิดกัน ดังนี้
-   คนที่เป็นชาวอังกฤษอยู่บ้านสีแดง
-   คนที่เป็นชาวสวีเดนเลี้ยงหมา
-   คนที่เป็นชาวเดนมาร์กดื่มชา
-   บ้านสีเขียวอยู่ทางซ้ายของบ้านสีขาว
-   คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Carmel เป็นคนเลี้ยงนก
-   เจ้าของบ้านสีเหลืองสูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill
-   เจ้าของบ้านสีเขียวดื่มกาแฟ
-   คนที่อยู่บ้านหลังกลางดื่มนม
-   คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่บ้านหลังแรก
-   คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Marboro อยู่ติดกับคนเลี้ยงแมว
-   คนที่เลี้ยงหนูแฮมเตอร์อยู่ติดกับคนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill
-   คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Kent ดื่มเบียร์
-   คนที่เป็นชาวเยอรมัน สูบบุหรี่ยี่ห้อ Vogue
-   คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่ติดกับบ้านสีฟ้า
-   คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Marlboro เป็นเพื่อนบ้านกับคนดื่มน้ำส้ม
-   คำถาม&#8230;.. ใครเป็นคนเลี้ยงปลา ?
หลัง จากแก้โจทย์ปัญหาข้อแรกกันไปแล้ว แล้วคงได้คำตอบออกมาแล้ว คงจะไม่ยากนะ  มาดูโจทย์ข้อที่ 2 กันดีกว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>โจทย์ปัญหา 5 ข้อ ที่ Albert Einstein นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลกคิดขึ้นมา ว่ากันว่ามนุษย์ 98% ไม่สามารถแก้โจทย์ได้ อย่างงี่มันก็เป็นการท้าทายพวกเราซึ่งเป็นเด็กยุคใหญ่น่ะสิ ลองไปดูกันเลยว่ายากสมคำร่ำลือกันหรือเปล่า ทดสอบว่าเราจะได้เป็น 2% ที่คิดโจทย์ทั้งหมดออกหรือเปล่า</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">โจทย์ข้อที่ 1 ของอัลเบิรท ไอสไตน์</span></strong></p>
<p>เรื่องมี อยู่ว่ามีบ้านอยู่ 5 หลัง ในแต่ละหลังมีสีต่างกัน แต่ละบ้านมีคนอยู่ 1 คน  ต่างกัน 5 ชนชาติ ทุกคนจะดื่มน้ำที่แตกต่างกัน สูบบุหรี่ยี่ห้อแตกต่างกัน  และเลี้ยงสัตว์ต่างชนิดกัน ดังนี้<br />
-   คนที่เป็นชาวอังกฤษอยู่บ้านสีแดง<br />
-   คนที่เป็นชาวสวีเดนเลี้ยงหมา<br />
-   คนที่เป็นชาวเดนมาร์กดื่มชา<br />
-   บ้านสีเขียวอยู่ทางซ้ายของบ้านสีขาว<br />
-   คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Carmel เป็นคนเลี้ยงนก<br />
-   เจ้าของบ้านสีเหลืองสูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill<br />
-   เจ้าของบ้านสีเขียวดื่มกาแฟ<br />
-   คนที่อยู่บ้านหลังกลางดื่มนม<br />
-   คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่บ้านหลังแรก<br />
-   คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Marboro อยู่ติดกับคนเลี้ยงแมว<br />
-   คนที่เลี้ยงหนูแฮมเตอร์อยู่ติดกับคนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Dunhill<br />
-   คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Kent ดื่มเบียร์<br />
-   คนที่เป็นชาวเยอรมัน สูบบุหรี่ยี่ห้อ Vogue<br />
-   คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่ติดกับบ้านสีฟ้า<br />
-   คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Marlboro เป็นเพื่อนบ้านกับคนดื่มน้ำส้ม<br />
-   คำถาม&#8230;.. ใครเป็นคนเลี้ยงปลา ?</p>
<p>หลัง จากแก้โจทย์ปัญหาข้อแรกกันไปแล้ว แล้วคงได้คำตอบออกมาแล้ว คงจะไม่ยากนะ  มาดูโจทย์ข้อที่ 2 กันดีกว่า 98% ของคนบนโลกนี้ยังทำไม่ได้แล้ว 2%  แหละจะเป็นเรามั้ย</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>โจทย์ข้อที่ 2 ของอัลเบิร์ท ไอสไตน์</strong></span></p>
<p>มี ห้องสี่เหลี่ยมมุมฉาก (มันบี้ไม่ได้นะ ไม่ต้องพยายามบี้ห้อง) เช่น  ห้องนอน(กว้าง*ยาว*สูง*) อยู่ห้องหนึ่ง และในห้องนี้มีมดอยู่ตัวหนึ่ง  ซึ่งอยู่มุมซ้ายบน จงหาเส้นทางที่มดจะเคลื่อนที่ได้สั้นที่สุด  ที่จะไปถึงมุมขวาล่าง ที่อยู่ทะแยงกันและคนละด้านกันนะครับ<br />
อธิบายเพิ่ม เติมโจทย์-สมมุติว่าคุณไปยืนกลางห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่งและหันหน้าเข้า กำแพงด้านใดด้านหนึ่ง  แล้วมองไปข้างหน้าที่ซ้ายมือบนมีมดอยู่ตัวหนึ่งกำลังจะเดินไปที่มุม  (มองไปข้างหลังขวามือ) ขวาล่าง<br />
หมายเหตุ มดบินไม่ได้ และ ห้องสี่เหลี่ยมแบบไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัส</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>โจทย์ข้อที่ 3 ของอัลเบิร์ท ไอสไตน์</strong></span></p>
<p>มีถุงทองอยู่ทั้งหมด 12 ถุง ซึ่งแต่ละถุงจะมีทองอยู่และใน 12 ถุงนี้ มีถุงหนึ่งที่เป็นทองปลอมทั้งถุง<br />
(เหรียญทองจริงหนัก 10 กรัม และ เหรียญทองปลอมหนัก 9 กรัม)<br />
จะต้องชั่งน้ำหนักอย่างน้อยกี่ครั้ง ถึงจะรู้ว่า ถุงไหนเป็นของปลอม<br />
หมาย เหตุ จำนวนเหรียญทองในแต่ละถุงมีมากมาย และไม่เท่ากัน  จะชั่งด้วยเครื่องชั่งแบบใดก็ได้ การชั่งไปแล้วค่อยๆ นำเหรียญออก  ถือว่าเป็นการชั่งครั้งใหม่</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>โจทย์ข้อที่ 4 ของอัลเบิร์ท ไอนสไตน์</strong></span></p>
<p>เคย เล่นเกมส์ 24 รึเปล่า คล้ายๆ กับเกม 180 ไอคิว คือมีเลขโดดมา 4 ตัวในที่นี้  คือ 1,4,5,6 ใช้ได้เฉพาะบวก ลบ คูณ และหาร เท่านั้น ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็น  24 โดยที่ต้องใช้เลขทุกตัวนะ และห้ามใช้ซ้ำ</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><br />
โจทย์ข้อที่ 5 ของอัลเบิร์ท ไอนสไตน์</strong></span></p>
<p>มี เพื่อนอยู่ 3 คนไปกินข้าว พอกินขนมหวาน พอกินเสร็จ  ก็เรียกพนักงานมาเก็บเงินทั้งหมด 25 บาท เพื่อนทั้งสามคน ก็เลยออกเหรียญ 10  บาท คนละเหรียญ รวมกันได้ 30 บาท พอพนักงานนำเงินจะเอามาทอนทั้งสามคน  ก็เลยเกิดความหวังดีว่า เงินทอน 5 บาท มันจะแบ่งกันสามคนไม่ลงตัว  ก็เลยซุกไว้เอง 2 บาท แล้วทอนไป 3 บาท<br />
สรุปว่า แต่ละคนจ่ายไป 10 บาท  แต่ได้ทอนมา 1 บาท หมายความว่า จ่ายไป 9 บาท รวมสามคนก็ทั้งหมด 27 บาท  แล้วรวมอีก 2 บาทที่พนักงานซุกไป รวมเป็น 29 บาท แล้วหายไปไหน 1 บาท</p>
<p>ผมขอยอมรับว่าผมแก้ได้แค่บางข้อ บางข้อก็แก้ไม่ได้ ลองเอาไปแก้ดูนะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://education.newssorch.com/2010/07/25/einstein-test/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มันแฝงมากับปลาดิบ</title>
		<link>http://education.newssorch.com/2010/07/24/what-is-in-sushi/</link>
		<comments>http://education.newssorch.com/2010/07/24/what-is-in-sushi/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Jul 2010 00:42:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ชีววิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[พยาธิในปลาดิบ]]></category>
		<category><![CDATA[อันตรายจากปลาดิบ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://education.newssorch.com/?p=84</guid>
		<description><![CDATA[หลายคนคงชอบทานอาหารญี่ปุ่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาดิบญี่ปุ่น หลายๆคนคงคิดว่า ปลาดิบญี่ปุ่นน่ะทำจากปลาทะเล ไม่มีพยาธิหรอก ความจริงแล้วมันมีครับ เพียงแต่พบได้ยากกว่าและมีความรุนแรงน้อยกว่าพยาธิในปลาน้ำจืด พยาธิที่พบในปลาน้ำเค็มคือพยาธิอะนิซาคิส(Anisakis simplex) โชคดีที่พยาธิชนิดนี้พบไม่บ่อยแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เจอเลย

พยาธิอะนิซาคิส(Anisakis simplex)  เป็นพยาธิที่พบในปลาทะเลเขตอบอุ่นและเขตร้อน  ในประเทศไทยตรวจพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ในปลามากกว่า 20 ชนิด เช่น  ปลาดาบเงิน ปลาตาหวาน ปลาสีกุน ปลาทูแขก ปลากุแรกล้วย ปลาลัง เป็นต้น  ส่วนในต่างประเทศจะพบในปลาจำพวก ปลาคอด ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง  ระยะตัวอ่อนที่ติดต่อสู่คนจะอยู่ในอวัยวะภายในช่องท้องของปลาทะเล  มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ขนาดยาวประมาณ 1-2 ซม. กว้างประมาณ 0.3-0.5 มม.  บริเวณปากจะมีหนามขนาดเล็ก บริเวณปลายหางจะมีส่วนแหลมยื่นออกมา  พยาธิชนิดนี้จะใช้หนามขนาดเล็กและใช้ปลายหางแหลมในการไชผ่านเนื้อเยื่อต่างๆ

อาการผิดปกติ
เนื่องจากพยาธิชนิดนี้ขณะเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อสู่มนุษย์  บริเวณปากของพยาธิจะมีหนามขนาดเล็กและปลายหางแหลม  ขณะเคลื่อนที่ไชในกระเพาะอาหารและลำไส้ของคน  ทำให้เกิดแผลขนาดเล็กและอาจทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหารได้  ส่งผลให้ผู้ที่มีพยาธิชนิดนี้ในกระเพาะอาหารและลำไส้ มีอาการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลายคนคงชอบทานอาหารญี่ปุ่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาดิบญี่ปุ่น หลายๆคนคงคิดว่า ปลาดิบญี่ปุ่นน่ะทำจากปลาทะเล ไม่มีพยาธิหรอก ความจริงแล้วมันมีครับ เพียงแต่พบได้ยากกว่าและมีความรุนแรงน้อยกว่าพยาธิในปลาน้ำจืด พยาธิที่พบในปลาน้ำเค็มคือพยาธิอะนิซาคิส(Anisakis simplex) โชคดีที่พยาธิชนิดนี้พบไม่บ่อยแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เจอเลย<br />
<span id="more-84"></span><br />
พยาธิอะนิซาคิส(Anisakis simplex)  เป็นพยาธิที่พบในปลาทะเลเขตอบอุ่นและเขตร้อน  ในประเทศไทยตรวจพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ในปลามากกว่า 20 ชนิด เช่น  ปลาดาบเงิน ปลาตาหวาน ปลาสีกุน ปลาทูแขก ปลากุแรกล้วย ปลาลัง เป็นต้น  ส่วนในต่างประเทศจะพบในปลาจำพวก ปลาคอด ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง  ระยะตัวอ่อนที่ติดต่อสู่คนจะอยู่ในอวัยวะภายในช่องท้องของปลาทะเล  มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ ขนาดยาวประมาณ 1-2 ซม. กว้างประมาณ 0.3-0.5 มม.  บริเวณปากจะมีหนามขนาดเล็ก บริเวณปลายหางจะมีส่วนแหลมยื่นออกมา  พยาธิชนิดนี้จะใช้หนามขนาดเล็กและใช้ปลายหางแหลมในการไชผ่านเนื้อเยื่อต่างๆ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" style="border: 0pt none;" src="http://www.vcharkarn.com/uploads/210/210617.jpg" border="0" alt="" width="266" height="206" align="undefined" /></p>
<p style="text-align: left;"><strong>อาการผิดปกติ</strong></p>
<p style="text-align: left;">เนื่องจากพยาธิชนิดนี้ขณะเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อสู่มนุษย์  บริเวณปากของพยาธิจะมีหนามขนาดเล็กและปลายหางแหลม  ขณะเคลื่อนที่ไชในกระเพาะอาหารและลำไส้ของคน  ทำให้เกิดแผลขนาดเล็กและอาจทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหารได้  ส่งผลให้ผู้ที่มีพยาธิชนิดนี้ในกระเพาะอาหารและลำไส้ มีอาการ ปวดท้อง  แน่นท้อง คลื่นไส้ ท้องอืด  อาการมักไม่เฉพาะเจาะจงคล้ายกับอาการของโรคกระเพาะอาหาร  บางรายอาจมีอาการท้องเสีย  หรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือดถ้ามีแผลในกระเพาะขนาดใหญ่  อาการมักจะเริ่มเกิดหลังรับประทานอาหารที่มีพยาธิชนิดนี้เป็นชั่วโมงหรือ เป็นวันก็ได้</p>
<p style="text-align: left;"><strong>การวินิจฉัยและการรักษา</strong></p>
<p style="text-align: left;">การวินิจฉัยและการรักษาทำโดยการส่องกล้อง ตรวจกระเพาะอาหาร ถ้าพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ก็ใช้กล้องคีบตัวพยาธิออก  พยาธิชนิดนี้ไม่สามารถตรวจพบได้ในอุจจาระ  เนื่องจากมันจะเกาะติดแน่นกับกระเพาะอาหารและลำไส้</p>
<p>ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาพยาธิชนิดนี้ แต่จาการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น  โดยหัวหน้าทีมวิจัย โตชิโอะ ลิยาม่า พบว่า วาซาบิ  มีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิชนิดนี้ได้ แต่ขนาดและปริมาณการใช้ฆ่าพยาธิชนิดนี้  ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาถึงอย่างไรก็ตามการป้องกันการติดพยาธิชนิดนี้  ยังเป็นสิ่งที่สำคัญและดีที่สุด</p>
<p style="text-align: left;">แล้วเราจะกินปลาดิบยังไงให้ปลอดภัยล่ะ?</p>
<p style="text-align: left;">ก่อนอื่นเลย เราต้องแน่ใจก่อนว่าปลาที่เอามาทำปลาดิบต้องเป็นปลาทะเล   ถ้าผ่านการแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -35  องศาเซลเซียส อย่างน้อย 15 ชั่วโมงหรือต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 7  วันหรือผ่านความร้อนมากกว่า 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 5 นาที  ก่อนการประกอบอาหารจะทำให้พยาธิชนิดนี้ตายได้</p>
<p><span style="color: #ff00ff;"> นอกจากพยาธิบางชนิดที่พบในปลาดิบ  แล้วยังพบแบคทีเรียบางชนิดและไวรัสตับอักเสบเอได้ด้วย  โดยขึ้นกับสุขอนามัยและความสะอาดของขั้นตอนการเตรียมอาหาร  ดังนั้นถ้าคิดจะรับประทานปลาดิบควรดูให้แน่ใจก่อนว่าขั้นตอนการประกอบอาหาร สะอาดถูกหลักอนามัย  เพื่อให้เกิดความมั่นใจและเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากปลาดิบ</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://education.newssorch.com/2010/07/24/what-is-in-sushi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องอันตรายของ&#8221;อาหารแช่แข็ง&#8221;</title>
		<link>http://education.newssorch.com/2010/07/10/frozen-food-dangerous/</link>
		<comments>http://education.newssorch.com/2010/07/10/frozen-food-dangerous/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Jul 2010 00:30:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[อันตรายจากอาหารแช่แข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารแช่แข็ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://education.newssorch.com/?p=78</guid>
		<description><![CDATA[เชื่อได้เลยว่าทุกคนต้องเคยกินอาหารแช่แข็งแทนข้าวในบางมื้อแน่ๆใช่ไหมครับ ยิ่งตอนเขียนโครงงานทำโปรเจกเขียนวิทยานิพนธ์ด้วยแล้ว เรียกว่ากินกันแทบจะเป็นกิจลักษณะเลยทีเดียว แต่รู้หรือไม่ว่า บางทีอาหารแช่แข็งที่เรากินเข้าไป อาจจะมีสารพิษอะไรอยู่ก็ได้
เริ่มสนใจแล้วน่ะสิครับ ความจริงในอาหารมันไม่มีหรอกครับ ถ้าบริษัทที่ทำไม่ได้ทำแบบชุ่ยๆออกมา แต่มันจะเข้าไปในอาหารตอนเราเอาเข้า&#8221;ไมโครเวฟ&#8220;เนี่ยแหละครับ โดยปกติแล้ว อาหารแช่แข็งนอกจากจะมีพลาสติกเป็นจานเป็นถ้วยหรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ พลาสติกส่วนนี้จะทนความร้อนและไม่ละลายทำให้ไม่มีการปนเปื้อนจากส่วนนี้ แต่พลาสติกที่ห่อปิดกล่องนี่สิครับ&#8230;&#8230;

หลายคนมักเอาอาหารเข้าเวฟโดยไม่เอาพลาสติกใสที่ห่อปิดออก อาจจะแค่กรีดให้เป็นช่องนิดหน่อยหรือเจาะรู พลาสติกส่วนนี้บางทีมันไม่ได้ทนความร้อนเหมือนพลาสติกที่เขาเอามาทำถ้วยนะครับ เพราะฉะนั้น มันอาจละลายและปนเปื้อนลงไปในอาหารได้
หรือบางบ้านอาจจะใช้วิธีเทใส่จานชามที่เป็นกระเบื้อง ซึ่งอันนี้แน่นอนครับว่าปลอดภัยกว่า ถ้าเป็นชามกระเบื้องเกลี้ยงไร้ลายนะ ลายของกระเบื้องที่ลงเป็นสีเป็นขอบมันไม่ได้ทนความร้อนเหมือนกันนะครับ
ได้ยินอย่างนี้แล้ว ตอนซื้อก็ระวังกันด้วยนะครับ โดยปกติถ้าพลาสติกที่ทำสามารถเอาเข้าไมโครเวฟได้จะมีข้อความที่บ่งบอกว่าทนความร้อน หรือถ้าใช้จานกระเบื้องก็อย่าเอาจานที่มีลายมาใช้นะครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เชื่อได้เลยว่าทุกคนต้องเคยกิน<strong>อาหารแช่แข็ง</strong>แทนข้าวในบางมื้อแน่ๆใช่ไหมครับ ยิ่งตอนเขียนโครงงานทำโปรเจกเขียนวิทยานิพนธ์ด้วยแล้ว เรียกว่ากินกันแทบจะเป็นกิจลักษณะเลยทีเดียว แต่รู้หรือไม่ว่า บางทีอาหารแช่แข็งที่เรากินเข้าไป อาจจะมีสารพิษอะไรอยู่ก็ได้</p>
<p>เริ่มสนใจแล้วน่ะสิครับ ความจริงในอาหารมันไม่มีหรอกครับ ถ้าบริษัทที่ทำไม่ได้ทำแบบชุ่ยๆออกมา แต่มันจะเข้าไปในอาหารตอนเราเอาเข้า&#8221;<strong>ไมโครเวฟ</strong>&#8220;เนี่ยแหละครับ โดยปกติแล้ว อาหารแช่แข็งนอกจากจะมีพลาสติกเป็นจานเป็นถ้วยหรือเป็นอะไรก็แล้วแต่ พลาสติกส่วนนี้จะทนความร้อนและไม่ละลายทำให้ไม่มีการปนเปื้อนจากส่วนนี้ แต่พลาสติกที่ห่อปิดกล่องนี่สิครับ&#8230;&#8230;<br />
<span id="more-78"></span><br />
หลายคนมักเอาอาหารเข้าเวฟโดยไม่เอาพลาสติกใสที่ห่อปิดออก อาจจะแค่กรีดให้เป็นช่องนิดหน่อยหรือเจาะรู พลาสติกส่วนนี้บางทีมันไม่ได้ทนความร้อนเหมือนพลาสติกที่เขาเอามาทำถ้วยนะครับ เพราะฉะนั้น มันอาจละลายและปนเปื้อนลงไปในอาหารได้</p>
<p>หรือบางบ้านอาจจะใช้วิธีเทใส่จานชามที่เป็นกระเบื้อง ซึ่งอันนี้แน่นอนครับว่าปลอดภัยกว่า <strong>ถ้าเป็นชามกระเบื้องเกลี้ยงไร้ลายนะ</strong> ลายของกระเบื้องที่ลงเป็นสีเป็นขอบมันไม่ได้ทนความร้อนเหมือนกันนะครับ</p>
<p>ได้ยินอย่างนี้แล้ว ตอนซื้อก็ระวังกันด้วยนะครับ โดยปกติถ้าพลาสติกที่ทำสามารถเอาเข้าไมโครเวฟได้จะมีข้อความที่บ่งบอกว่าทนความร้อน หรือถ้าใช้จานกระเบื้องก็อย่าเอาจานที่มีลายมาใช้นะครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://education.newssorch.com/2010/07/10/frozen-food-dangerous/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่แม่น มีวิธีช่วย</title>
		<link>http://education.newssorch.com/2010/07/03/vocab-remember/</link>
		<comments>http://education.newssorch.com/2010/07/03/vocab-remember/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Jul 2010 00:39:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ภาษาอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีจำศัพท์]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีจำศัพท์ภาษาอังกฤษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://education.newssorch.com/?p=75</guid>
		<description><![CDATA[ปัญหาโลกแตกของเด็กไทยไม่ว่าจะเป็นเด็กประถมหรือเด็กมหาลัย ใครที่ไม่ได้มาจากโรงเรียนที่สอนภาษาอังกฤษดีๆมักจะเป็นกันทุกคน นั่นคือปัญหา &#8220;จำศัพท์ไม่ได้&#8221; นั่นเอง แล้วเราจะแก้ยังไง มาดูกันครับ
วิธีเดิมๆที่พวกเราใช้มักจะเป็นการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองใช่ไหมครับ วิธีนี้ช่วยในการจำระยะยาวไม่ได้หรอกครับ ท่องแค่อาทิตย์ละครั้งสองครั้งก็พอครับ แล้วก็ไปฝึกกับแบบฝึกหัดหรือดูหนังฟังเพลงอ่านข่าวที่เป็นภาษาอังกฤษ ก็ช่วยได้เยอะ แถมยังจำได้ในระยะยาวด้วย  อีกอย่างคือ อย่าไปยึดติดกับคำแปลมากนักครับ ศัพท์คำนึงในภาษาอังกฤษ แปลเป็นภาษาไทยได้เป็นสิบความหมายก็มีเยอะแยะไป แต่ถ้าไม่รู้เปิดดิกชันนารี่ซักหน่อยก็ดี
วิธีจำศัพท์อีกวิธีนึงที่ตอนนี้เรียกว่ามาใหม่ก็คงจะเป็นการ &#8220;แต่งเพลง&#8221; ขึ้นมาครับ ใครแต่งเพลงเก่งลองแต่งมาซักเพลงโดยมีศัพท์กลุ่มเดียวกันอยู่นะครับ ผมเคยลองใช้วิธีนี้ ได้ผลดีมากและจำได้รวดเร็ว จนตอนนี้ผมก็ยังใช้เพลงช่วยจำศัพท์ครับ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปัญหาโลกแตกของเด็กไทยไม่ว่าจะเป็นเด็กประถมหรือเด็กมหาลัย ใครที่ไม่ได้มาจากโรงเรียนที่สอนภาษาอังกฤษดีๆมักจะเป็นกันทุกคน นั่นคือปัญหา &#8220;จำศัพท์ไม่ได้&#8221; นั่นเอง แล้วเราจะแก้ยังไง มาดูกันครับ</p>
<p>วิธีเดิมๆที่พวกเราใช้มักจะเป็นการท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองใช่ไหมครับ วิธีนี้ช่วยในการจำระยะยาวไม่ได้หรอกครับ ท่องแค่อาทิตย์ละครั้งสองครั้งก็พอครับ แล้วก็ไปฝึกกับแบบฝึกหัดหรือดูหนังฟังเพลงอ่านข่าวที่เป็นภาษาอังกฤษ ก็ช่วยได้เยอะ แถมยังจำได้ในระยะยาวด้วย  อีกอย่างคือ อย่าไปยึดติดกับคำแปลมากนักครับ ศัพท์คำนึงในภาษาอังกฤษ แปลเป็นภาษาไทยได้เป็นสิบความหมายก็มีเยอะแยะไป แต่ถ้าไม่รู้เปิดดิกชันนารี่ซักหน่อยก็ดี</p>
<p>วิธีจำศัพท์อีกวิธีนึงที่ตอนนี้เรียกว่ามาใหม่ก็คงจะเป็นการ &#8220;แต่งเพลง&#8221; ขึ้นมาครับ ใครแต่งเพลงเก่งลองแต่งมาซักเพลงโดยมีศัพท์กลุ่มเดียวกันอยู่นะครับ ผมเคยลองใช้วิธีนี้ ได้ผลดีมากและจำได้รวดเร็ว จนตอนนี้ผมก็ยังใช้เพลงช่วยจำศัพท์ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://education.newssorch.com/2010/07/03/vocab-remember/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เริ่มทำบล็อกแบบง่ายๆกับBlogger</title>
		<link>http://education.newssorch.com/2010/06/27/make-your-blog-with-blogger/</link>
		<comments>http://education.newssorch.com/2010/06/27/make-your-blog-with-blogger/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Jun 2010 13:32:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[การสร้างเว็บบล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีสร้างบล็อกจาก blogger]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://education.newssorch.com/?p=72</guid>
		<description><![CDATA[เริ่มต้นศักราชใหม่ของเว็บEducationด้วยเรื่องนี้เลยละกันครับ
หลายๆคนมีเวลาว่างไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี นอกจากเล่นกีฬา เล่นดนตรี หรือทำกิจกรรมอย่างอื่น แต่หนึ่งในกิจกรรมยามว่างที่ผมแนะนำคือ การทำบล็อกครับ
ปัจจุบัน การสร้างเว็บไซต์เล็กๆที่จัดการอย่างง่ายๆหรือที่หลายคนเรียกว่า&#8221;บล็อก&#8221;นั้น กลายเป็นงานอดิเรกยอดนิยมไปแล้วครับ หากเราหาในGoogleบางทีจะพบกับเว็บไซต์เล็กๆมากมายกว่าเมื่อก่อน นั่นบอกได้ว่ามีหลายๆคนซึ่งรวมถึงนักเรียนนักศึกษาด้วย ได้เข้ามาในวงการนี้มากมาย
การทำเว็บไม่ได้ยากมากมายแล้วครับ แม้แต่คนที่ไม่มีความรู้เรื่องHTML PHP หรือCSS ก็สามารถมีเว็บมีบล็อกเป็นของตัวเองได้แล้วครับ วันนี้ผมเลยจะมาแนะนำการทำบล็อกที่ Blogger ครับ

ณ ตอนนี้ (27 มิถุนายน 2553) ทางBloggerได้มีลูกเล่นใหม่ที่ชื่อว่า Draft ซึ่งทำให้เราสามารถแก้ไขหน้าเว็บได้อย่างง่ายๆและยังมีรูปแบบธีมตกแต่งมากมาย และสวยงามระดับมืออาชีพทำเลยเดียว และยังมีลูกเล่นเสริมมากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ อนาคตคงมีออกมาให้ลองเล่นกันอีกเยอะ เอาล่ะ มาสมัครกันเลยดีกว่า
เนื่องจาก Blogger มีเจ้าของคือ Google เพราะฉะนั้น หากเพื่อนๆใช้อีเมลล์ของGmailหรือของเว็บอื่นๆที่เป็นของGoogleก็สามารถนำมาใช้ล็อกอินได้ทันทีเลยครับ เมนูปัจจุบันนี้เป็นภาษาไทยที่เข้าใจง่าย (หากของเพื่อนๆไม่เป็นไทยให้เลือกภาษาที่มุมขวาบนครับ)
แล้วสิ่งที่เราจะต้องมีก่อนจะเริ่มทำบล็อกล่ะ
ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า เราจะทำเรื่องอะไร จะทำเป็นไดอารี่ออนไลน์ ใช้เขียนบทความรีวิวต่างๆ เขียนเรื่องที่เราสนใจ อะไรก็ได้ครับที่ไม่ขัดต่อกฎหมายบ้านเราและไม่กล่าวพาดพิงโจมตีถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ก็โอเคครับ
พอเราคิดได้แล้วว่า บล็อกเราจะทำแบบไหน ก็คิดต่อครับ ว่าจะให้บล็อกเราชื่ออะไร แล้วก็ตั้งชื่อลิงค์ซึ่งจะออกมาในลักษณะ yourblogname.blogspot.com บางทีก็ต้องทำใจนะครับว่า ชื่อหลายชื่อมีคนเอาไปแล้ว จากนั้นเราจะใส่คำอธิบายหรือเปล่าก็แล้วแต่นะครับ
พอเสร็จแล้วเราก็ลองเลือกธีมหรือปรับแต่งดูครับว่าเราชอบแบบไหน จากนั้นก็เริ่มเขียนบทความเขียนเรื่องต่างๆลงไปเลยครับ
หากมีข้อสงสัย หรือมีปัญหาจะถาม ส่งอีเมลล์มาที่ darksammer@gmail.com ครับ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เริ่มต้นศักราชใหม่ของเว็บEducationด้วยเรื่องนี้เลยละกันครับ</p>
<p>หลายๆคนมีเวลาว่างไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี นอกจากเล่นกีฬา เล่นดนตรี หรือทำกิจกรรมอย่างอื่น แต่หนึ่งในกิจกรรมยามว่างที่ผมแนะนำคือ การทำบล็อกครับ<br />
ปัจจุบัน การสร้างเว็บไซต์เล็กๆที่จัดการอย่างง่ายๆหรือที่หลายคนเรียกว่า&#8221;บล็อก&#8221;นั้น กลายเป็นงานอดิเรกยอดนิยมไปแล้วครับ หากเราหาในGoogleบางทีจะพบกับเว็บไซต์เล็กๆมากมายกว่าเมื่อก่อน นั่นบอกได้ว่ามีหลายๆคนซึ่งรวมถึงนักเรียนนักศึกษาด้วย ได้เข้ามาในวงการนี้มากมาย</p>
<p>การทำเว็บไม่ได้ยากมากมายแล้วครับ แม้แต่คนที่ไม่มีความรู้เรื่องHTML PHP หรือCSS ก็สามารถมีเว็บมีบล็อกเป็นของตัวเองได้แล้วครับ วันนี้ผมเลยจะมาแนะนำการทำบล็อกที่ Blogger ครับ<br />
<span id="more-72"></span></p>
<p>ณ ตอนนี้ (27 มิถุนายน 2553) ทางBloggerได้มีลูกเล่นใหม่ที่ชื่อว่า Draft ซึ่งทำให้เราสามารถแก้ไขหน้าเว็บได้อย่างง่ายๆและยังมีรูปแบบธีมตกแต่งมากมาย และสวยงามระดับมืออาชีพทำเลยเดียว และยังมีลูกเล่นเสริมมากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ อนาคตคงมีออกมาให้ลองเล่นกันอีกเยอะ เอาล่ะ มาสมัครกันเลยดีกว่า</p>
<p>เนื่องจาก Blogger มีเจ้าของคือ Google เพราะฉะนั้น หากเพื่อนๆใช้อีเมลล์ของGmailหรือของเว็บอื่นๆที่เป็นของGoogleก็สามารถนำมาใช้ล็อกอินได้ทันทีเลยครับ เมนูปัจจุบันนี้เป็นภาษาไทยที่เข้าใจง่าย (หากของเพื่อนๆไม่เป็นไทยให้เลือกภาษาที่มุมขวาบนครับ)</p>
<blockquote><p>แล้วสิ่งที่เราจะต้องมีก่อนจะเริ่มทำบล็อกล่ะ</p></blockquote>
<p>ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนว่า เราจะทำเรื่องอะไร จะทำเป็นไดอารี่ออนไลน์ ใช้เขียนบทความรีวิวต่างๆ เขียนเรื่องที่เราสนใจ อะไรก็ได้ครับที่ไม่ขัดต่อกฎหมายบ้านเราและไม่กล่าวพาดพิงโจมตีถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ก็โอเคครับ</p>
<p>พอเราคิดได้แล้วว่า บล็อกเราจะทำแบบไหน ก็คิดต่อครับ ว่าจะให้บล็อกเราชื่ออะไร แล้วก็ตั้งชื่อลิงค์ซึ่งจะออกมาในลักษณะ yourblogname.blogspot.com บางทีก็ต้องทำใจนะครับว่า ชื่อหลายชื่อมีคนเอาไปแล้ว จากนั้นเราจะใส่คำอธิบายหรือเปล่าก็แล้วแต่นะครับ</p>
<p>พอเสร็จแล้วเราก็ลองเลือกธีมหรือปรับแต่งดูครับว่าเราชอบแบบไหน จากนั้นก็เริ่มเขียนบทความเขียนเรื่องต่างๆลงไปเลยครับ</p>
<p>หากมีข้อสงสัย หรือมีปัญหาจะถาม ส่งอีเมลล์มาที่ darksammer@gmail.com ครับ หรือจะคอมเมนต์ฝากคำถามไว้ในนี้ก็ได้ครับ แล้วผมจะตอบกลับไปครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://education.newssorch.com/2010/06/27/make-your-blog-with-blogger/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมต้องจับมือซ้าย</title>
		<link>http://education.newssorch.com/2010/06/25/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://education.newssorch.com/2010/06/25/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Jun 2010 14:33:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้รอบตัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://education.newssorch.com/?p=70</guid>
		<description><![CDATA[ใครยังจำสมัยเรียนลูกเสือกันได้บ้างครับ เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมครูฝึกมักจะสอนเราเสมอว่าลูกเสือต้องจับมือซ้าย ทำไมไม่จับมือขวากัน เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องที่กำหนดขึ้นมาอย่างไร้หลักเกณฑ์ครับ แต่มันมีที่มาที่ไป เป็นยังไงนั้น อ่านต่อเลยครับ
ครั้งหนึ่งอังกฤษทำสงครามกับชนเผ่าซูลู   ซึ่งมีไดนิสซูลูเป็นหัวหน้า และเป็นนักรบที่เก่งกล้ามาก  จนทหารอังกฤษที่ส่งมารบต้องพ่ายแพ้ไปหลายครั้ง  ต่อมา บี.พี. (B.P.  เป็นอักษรย่อแทนชื่อ Sir Robert Baden-Powell  นายทหารอังกฤษผู้ก่อตั้งลูกเสือ) ได้มาเป็นหัวหน้านำทหารรบ  และขอเข้าพบไดนิสซูลู โดยแสดงให้เห็นว่า บี.พี. มาอย่างมิตร  ไม่มีอาวุธและไม่มีเล่ห์ในการสงครามเช่นที่แล้วมา  ไดนิสซูลูเห็นความบริสุทธิ์ใจของ บี.พี.  จึงยอมออกมาพบและเจรจากันอย่างมิตรและตกลงยุติการทำสงครามลงได้โดยสันติ
บี.พี. เห็นว่าสงครามสงบลงโดยสันติ  จึงชักชวนให้ซูลู  และทหารอังกฤษเป็นเพื่อนกัน กล่าวเสร็จ บี.พี.  ยื่นมือขวาให้จับ  แต่ไดนิสซูลูหัวหน้าเผ่าไม่ยอมจับด้วยมือขวา  แต่กลับยื่นมือซ้ายออกไป พร้อมกับบอกว่า
 มือขวาเป็นมือสกปรก  ฆ่าคนมามาก  เป็นมืออำมหิตโหดร้าย มือซ้ายเป็นมือสะอาดและใกล้หัวใจ
บี.พี.  เห็นด้วยจึงยื่นมือซ้ายออกไปสัมผัสกับไดนิสซูลู   [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ใครยังจำสมัยเรียนลูกเสือกันได้บ้างครับ เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมครูฝึกมักจะสอนเราเสมอว่าลูกเสือต้องจับมือซ้าย ทำไมไม่จับมือขวากัน เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องที่กำหนดขึ้นมาอย่างไร้หลักเกณฑ์ครับ แต่มันมีที่มาที่ไป เป็นยังไงนั้น อ่านต่อเลยครับ</p>
<p>ครั้งหนึ่งอังกฤษทำสงครามกับชนเผ่าซูลู   ซึ่งมีไดนิสซูลูเป็นหัวหน้า และเป็นนักรบที่เก่งกล้ามาก  จนทหารอังกฤษที่ส่งมารบต้องพ่ายแพ้ไปหลายครั้ง  ต่อมา บี.พี. (B.P.  เป็นอักษรย่อแทนชื่อ Sir Robert Baden-Powell  นายทหารอังกฤษผู้ก่อตั้งลูกเสือ) ได้มาเป็นหัวหน้านำทหารรบ  และขอเข้าพบไดนิสซูลู โดยแสดงให้เห็นว่า บี.พี. มาอย่างมิตร  ไม่มีอาวุธและไม่มีเล่ห์ในการสงครามเช่นที่แล้วมา  ไดนิสซูลูเห็นความบริสุทธิ์ใจของ บี.พี.  จึงยอมออกมาพบและเจรจากันอย่างมิตรและตกลงยุติการทำสงครามลงได้โดยสันติ<br />
บี.พี. เห็นว่าสงครามสงบลงโดยสันติ  จึงชักชวนให้ซูลู  และทหารอังกฤษเป็นเพื่อนกัน กล่าวเสร็จ บี.พี.  ยื่นมือขวาให้จับ  แต่ไดนิสซูลูหัวหน้าเผ่าไม่ยอมจับด้วยมือขวา  แต่กลับยื่นมือซ้ายออกไป พร้อมกับบอกว่า<strong></strong></p>
<blockquote><p><strong> มือขวาเป็นมือสกปรก  ฆ่าคนมามาก  เป็นมืออำมหิตโหดร้าย มือซ้ายเป็นมือสะอาดและใกล้หัวใจ</strong></p></blockquote>
<p>บี.พี.  เห็นด้วยจึงยื่นมือซ้ายออกไปสัมผัสกับไดนิสซูลู   หัวหน้าเผ่าจึงมอบกระดูกเครื่องรางที่สวมคออยู่ให้แก่ บี.พี.  เป็นที่ระลึก<br />
เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่ประทับใจ  บี.พี. มาก จึงนำมาใช้ในวงการลูกเสือ  โดยให้ลูกเสือแสดงความเป็นพวกเดียวกันและแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อกันด้วยการ สัมผัสมือซ้ายตราบจนทุกวันนี้</p>
<p>อาจเป็นเพราะคนส่วนใหญ่ถนัดมือขวา แล้วเวลาถือปืน(ใครเรียน ร.ด. ช่วงปีสองปีสามหรือเป็นทหารน่าจะรู้ดี)เราก็ต้องใช้มือที่ถนัดถือใช่ไหมครับ ทีนี้เวลาสงคราม เราก็ต้องใช้มือที่ถนัดนี่แหละในการยิงศัตรู ไดนิสซูลูเลยถือว่าเป็นมือสกปรก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://education.newssorch.com/2010/06/25/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เตรียมพบกับ Newssorch Education รูปแบบใหม่</title>
		<link>http://education.newssorch.com/2010/06/23/new-look-for-newssorch-education/</link>
		<comments>http://education.newssorch.com/2010/06/23/new-look-for-newssorch-education/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Jun 2010 12:59:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[อื่นๆ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://education.newssorch.com/?p=66</guid>
		<description><![CDATA[เห็นว่าหลายๆคนยังติดใจชอบเว็บนี้อยู่ใช่ไหมครับ ผมเลยกำลังเตรียมเซอร์ไพรซ์ใหญ่เอาไว้เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ2ปี เว็บไซต์ Newssorch.com โดยเว็บนี้จะมาในรูปแบบเนื้อหาใหม่และธีมที่ปรับปรุงเพิ่ม โดยใช้ชื่อว่า IT-Educate แล้วพบกัน เร็วๆนี้
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เห็นว่าหลายๆคนยังติดใจชอบเว็บนี้อยู่ใช่ไหมครับ ผมเลยกำลังเตรียมเซอร์ไพรซ์ใหญ่เอาไว้เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ2ปี เว็บไซต์ <a href="http://newssorch.com">Newssorch.com</a> โดยเว็บนี้จะมาในรูปแบบเนื้อหาใหม่และธีมที่ปรับปรุงเพิ่ม โดยใช้ชื่อว่า IT-Educate แล้วพบกัน เร็วๆนี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://education.newssorch.com/2010/06/23/new-look-for-newssorch-education/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
